ผมอ่านเจอเรื่องของปืน Glock ในหนังสือ "คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย"* ของรวิศ หาญอิศระ**
อยากจะเล่าให้ฟัง แต่กลัวเสียอรรถรส....ลอกเลยแล้วกัน (หวังว่าคุณรวิศ จะให้อภัย)
...ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัตินั้นถูกผลิตมาด้วยโลหะมาโดยตลอด
ผู้ใช้ปืนเองก็นึกไม่ออกว่าปืนจะผลิตจากอะไรได้อีก เพราะการยิงปืนนั้นมีแรงรีคอยย์มหาศาล ไม่น่ามีวัสดุอื่นมารองรับงานแบบนี้ได้อีก แน่นอนว่า Gaston Glock ไม่คิดเช่นนั้น
ในปี 1980 กองทัพออสเตรียต้องการจัดหาปืนมาประจำการทดแทน Walther P38 ที่กำลังจะถูกปลดประจำการออกไป โดนมีบริษัท Glock KG ซึ่งเป็นบริษัทผลิตโพลิเมอร์ของ Gaston Glock สนใจเข้าร่วมประมูล แต่เขาไม่มีประสบการณืมาก่อนเลย
เนื่องจากไม่รู้เรื่องปืนมากนัก เขาจึงไม่โดนกรอบความคิดเดิมๆ ครอบไว้ เขาเริ่มต้นออกแบบปืนบนแนวคิดใหม่ ดดยยึดหลักสามข้อ คือ
- ใช้งานง่าย
- เชื่อถือได้
- บำรุงรักษาง่าย
ในช่วงแรกๆ เล่าลือกันว่าเขาทำงานแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดหลายประการของโพลิเมอร์ในการนำมาผลิตปืน
![]() |
Gaston Glock วิศวกรชาวออสเตรีย (ซ้ายเสื้อเข้ม) |
ปืนของเขาฉีกกฎการออกแบบปืนโดยทั่วไป เขาตั้งชื่อมันว่า Glock 17 ซึ่งมีเฟรมที่ทำจากโพลิเมอร์สีดำที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ลำกล้องเป็นโลหะที่ผ่านการเคลือบผิวพิเศษ ไม่มีเซฟตี้ด้านนอก (แต่มีระบบที่เขาเรียกว่า Safe action) และมีชิ้นส่วนเพียง 36 ชิ้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปืนอื่น ๆ ที่จะมีประมาณ 60 ชิ้นขึ้นไป
มันโดนค่อนแคะอย่างหนักจากคนในวงการว่าเป็น "ปืนเด็กเล่น" บ้าง "ปืนพลาสติก" บ้าง
เพราะไม่มีใครทำปืนจากโพลิเมอร์มาก่อน
แต่คำครหาเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ Gaston หวั่นไหว เขาส่ง Glock 17 เข้าร่วมในการทดสอบอันหฤโหดของกองทัพออสเตรีย ซึ่งมีมาตรฐาน 17 ข้อ ที่ต้องผ่าน
ในที่สุด Glock 17 ก็ได้รับเลือกจากกองทัพออสเตรียให้เข้าประจำการ เขี่ยคู่แข่งที่เป็นปืนโลหะเดิม ๆทิ้งไป
หลังจากนั้นไม่นานหลายประเทศในกลุ่ม NATO ก็เริ่มเอา Glock เข้าประจำการเช่นกัน
Glock มาโด่งดังสุดขีดเมื่อบรรดาหน่วยงานด้านการรักษากฏหมายของสหรัฐ รวมถึง FBI เลือกมันมาใช้เป็นปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ (จริงๆแล้วผมแปลกใจนิดหน่อยเพราะอเมริกามีอาวุธปืนที่เป็นยี่ห้อของตัวเองมากมายอย่าง Colt หรือ S&W) ด้วยเหตุผลหลักที่ว่ามันไม่ต้องการการดูแลมากมายอะไรมาก ตกในดินในทรายก็หยิบขึ้นมายิงต่อได้ตลอด อีกทั้งโพลิเมอร์ยังทำให้ปืนมีน้ำหนักเบา ปลอดปัญหาเรื่องอุณหภูมิิที่เปลี่ยนแปลง แถมยังลดการเกิดสนิมอีกด้วย
มันเป็นปืนที่ไม่ค่อยเลือกลูก ยิงได้ไม่ค่อยติดขัด ซึ่งสำหรับผู้ใช้ปืนบ่อยอย่างผู้รักษากฏหมาย การขัดลำกล้องของปืนหมายถึงความเป็นความตายแน่นอน
จากจุดนี้เองทำให้ปืน Glock เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไปตลอดจนผู้รักาากฎหมายของนานาประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ลบคำสบประมาทเรื่อง "ปืนเด็กเล่น" ไปจนหมดสิ้น
Glock เป็นปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติในยุคหลังสงคราโลกครั้งที่สองที่ขายดีที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก โดยมียอดจำหน่ายสะสมเกิน 5.5 ล้านกระบอกทั่วโลก....
*ที่มา หนังสือ "คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย"
**รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามแห่ง "ศรีจันทร์สหโอสถ" หรือที่คุ้นเคยในชื่อ "ผงหอมศรีจันทร์" ผลิตภัณฑ์ประทินผิวชื่อคลาสสิกนี้ก็ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากอดีตมากทีเดียว แน่นอนว่า เขาคือผู้พลิกโฉมเครื่องสำอางไทยแบรนด์นี้ให้ทัดเทียมสากล
นอกจากเป็นนักธุรกิจและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ อีกหนึ่งหัวโขนสำคัญที่เขาภูมิใจมากคือเขาเขียนหนังสือน่าอ่านมาแล้วถึงสองเล่ม ซึ่งเล่มล่าสุด "คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย" ก็กลายเป็นหนังสือขายดีและสร้างแรงกระเพื่อมให้แก่นักอ่าน นักธุรกิจ แม้แต่คนทั่วไปที่กำลังมีความฝันแต่ขาดแรงกระตุ้นเพื่อจะไปถึงฝันให้สำเร็จ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น